ทริปแรกของปีเริ่มที่แม่ฮ่องสอน : Mae Hong Son

พี่นกและพี่วิรัตน์มาตรงตามเวลาที่นัดหมาย 9 โมงเช้า
:)



พวกเราเดินทางไปตามถนนแม่ฮ่องสอน - แม่สะเรียง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.ก็มาถึงหมู่บ้านกะเหรี่ยงขาว หรือ ที่หมู่บ้านแห่งนี้ มีอยู่ทั้งหมด 7-8 หลังคาเรือน เป็นหมู่บ้านเล็กๆ พี่นก ไกด์ของเราบอกว่า คนกะเหรี่ยงขาว ( white Karen )จะไม่อาศัยอยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่เพราะอาศัยการปลูกข้าวไร่ ครอบครัวหนึ่งจะใช้พื้นที่หลายสิบไร่เพื่อปลูกข้าวให้พอกินทั้งปี พอปีนี้ทำเสร็จก็จะเวียนไปหาที่ดินใหม่ แล้วจึงจะวนกลับมาทำที่เดิม ดังนั้นถ้าอาศัยอยู่หลายๆ ครอบครัว ที่ดินทำกินก็จะไม่พอ และนี่คือปัญหาการทำไร่เลื่อนลอย และ ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี วันที่เปรี้ยวไปหมอกควันหนามาก มองดูวิวจากภูเขาแทบไม่เห็น ส่วนความเชื่อของคนกะเหรี่ยงขาว คือ เค้าเชื่อว่าเค้าเป็นนกเงือก หรือว่าชะนี กลับชาติมาเกิด ดังนั้นคนกะเหรี่ยงขาวจะไม่ฆ่าสัตว์ทั้งสองอย่างนี้ และจะอยู่แบบผัวเดียวเมียเดียว จะไม่มีการหย่าร้างโดยเด็ดขาด




บ้านมุ่งด้วยใบตองตึง เป็นต้นไม้ที่มีมากทางภาคเหนือเป็นไม้ยืนต้นใบคล้ายใบสักแต่มีความเหนียวมากกว่า ใชังานได้หลายปีเลยทีเดียวคะ


เราเดินมาเยี่ยมบ้านคุณยายคนหนึ่ง คุณยายกำลังอบใบตองให้แห้ง เพื่อเอาไว้มวนบุหรี่ส่วนที่อยู่ในหม้อนั้น เปรี้ยวเห็นคล้ายหัวปลีจะถามว่าคุณยายทำอะไร? แต่ว่าคุณยายก็ไม่เข้าใจภาษาไทยก็เลยได้แต่ยิ้ม





หลังจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปที่หมู่บ้านม้ง ไมโครเวฟ ฮ่าๆ เป็นชื่อหมู่บ้านจริงๆนะคะ อากาศเย็น เราถามพี่นก ไกด์ว่าทำไมชื่อนี้ พี่นกตอบว่าเป็นเพราะที่ยอดเขามีเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์อยู่ หุหุ น่าจะเกี่ยวกัน พวกเราเริ่มเดินรอบๆ หมู่บ้านก็โดนตัวปั้งกัดคะ พี่นกไกด์ของเราก็โดนกัดเหมือนกัน มันคล้ายๆ เหลือบ ลิ้นที่กัดวัว ควาย หุหุ มันกัดเปรี้ยว 4-5 ตัวเป็นจ้ำห้อเลือดแบบว่าชัดเจน พี่นกบอกว่าพยายามอย่าเกา เพราะมันจะบวมมาก คนที่แพ้ อาจป่วยได้ หรือบางทีอาจแค่บวมๆ แต่นานกว่าจะหาย เราพักเรื่องนี้ก่อนมาว่าเรื่องคนม้งต่อดีกว่า คนม้ง หรือ Hmong นั้นจะอาศัยอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ ผู้ชายมีเมียได้หลายคน สูงสุดที่หมู่บ้านแห่งนี้ คือ มีเมียถึง 11 คน (แม่เจ้า!! พี่แกจะมีทำไมเยอะแยะเนอะ ไม่เข้าใจ) และจะอาศัยในบ้านหลังเดียวกัน บ้านจะไม่ค่อยมีความสำคัญเท่าไร เค้าจะไม่ค่อยรักษาความสะอาด เพราะทุกคนต้องออกไปทำงาน จนกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เย็นแล้ว บางครอบครัวมีสมาชิกมากถึง 30 - 40 คนเลยนะคะ





ช่วงนี้เป็นช่วงว่างๆ ไม่ค่อยมีงานในไร่ ผู้หญิงหลายคนนั่งปักผ้าไว้ใช้ ถ้าได้เยอะก็เอาไปขายมีพ่อค้ามารับซื้อถึงหมู่บ้านเลย พี่สาวคนนี้แกบอกมา นั่งฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือด้วย ขอบอกๆ





หลังจากนั้นเราก็เดินทางต่อไปยัง หมู่บ้านกะเหรี่ยงคนยาว กับ กะเหรี่ยงหูยาว บ้านในสอย คนที่หมู่บ้านนี้อพยพมาจากประเทศพม่า ในช่วงที่มีสงครามตามแนวตะเข็บชายแดนคะ ที่หมู่บ้านแห่งนี้จะอาศัยอยู่รวมกันทั้งกะเหรี่ยงคอยาว และ กะเหรี่ยงหูยาว มีโรงเรียนที่ทางศูนย์อพยพฯสร้างให้ มีโบสถ์ด้วยเพราะบางครอบครัวเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ เด็กสาวรุ่นใหม่ไม่ใส่ห่วงที่คอแล้ว เหตุผลเพราะหนัก และไม่สวย แต่จะใส่หากเป็นวันที่สำคัญต้องใส่ชุดประจำเผ่า สำหรับเปรี้ยวเราว่าน่าเสียดาย วัฒนธรรมที่ปู่ยาย ตายายสร้างมาสูญหายเพราะความคิดของคนเมืองเผยแพร่เข้าไป เหตุผลอีกอย่างอาจเพราะต้องการความยอมรับ คนเมืองดูถูกว่าเค้าเป็นคนป่า บ้านนอก ล้าหลัง แต่หลงลืมคิดว่าทุกเผ่าพันธ์ก็มีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป ต่อไปคงไม่มีอีกแล้ววิถีชีวิตแบบนี้สำหรับเปรี้ยวแล้ว อยากให้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมคงอยู่ ไม่ใช่เพราะอยากให้พวกเค้าอยู่แบบล้าหลัง แต่เพราะอาจให้วิถีชีวิตดั้งเดิมเหลืออยู่ ไม่ว่าใครมาจากที่ไหนก็อย่าได้ลืมสิ่งที่เป็นรากเหง้าในตัวเรา  มันก็อาจมีเหตุผลหลายอย่างที่ปัญญาอันน้อยนิดของเปรี้ยวอาจไม่เข้าใจ หรือเข้าใจผิดไป ก็ขออย่าได้ว่ากัน





เรนาต้า เพื่อนเปรี้ยวเองคะ เจอกันที่อินเดียคุยถูกคอกันดีเลยมาเที่ยวด้วยกันเป็นครั้งแรก ที่ซึ้้งใจสุดๆ คือเรนาต้าบินมาครั้งนี้เพื่อมาเที่ยวกับเรา เราวางแพลนกับล่วงหน้าตั้ง 6 เดือนกว่าจะได้มาเที่ยวด้วยกันในทริปนี้







สุดท้ายเราเดินทางต่อมายังที่หมายที่เราจะค้างคืนที่หมู่บ้านมูเซอดำ หรือ Lahu พวกเราเดินทางมาที่หมู่บ้านนี้ ค่อนข้างนานใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง พวกเรามาถึงที่นี่ประมาณ 5 โมงเย็น บ้านที่เราจะพัก เจ้าของบ้าน ชื่อ สิริศักดิ์คะ น่ารักมาก อายุประมาณ 9 ขวบ ดูแลพวกเราดีมาก



แมวมูเซอ ล้อเล่นนะคะ



แนะนำเพื่อนกันหน่อย มัทธิว กับ เรนาต้า เจอกันที่อินเดีย ส่วนคาซ่าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่บาหลี ขอตามมาด้วย แล้วก็เลียวนาสคนถ่ายรูป มองไม่เห็นหน้า หุหุ


ห้องนอนที่พวกเรานอนค้างที่หมู่บ้านมูเซอ


ทานข้าวกับสิริศักดิ์และคุณแม่น้องคะ   อาหารเย็นของเรา ปรุงโดยพี่วิรัตน์ คนขับรถที่ดีมากๆและแม่ของสิริศักดิ์ คือว่าชื่อมูเซอของน้องเค้าเรียกยากมาก  พวกเรากินข้าวกับไก่ทอด หมูทอด ผัดผัก แล้วก็แกงไก่ อร่อยมาก ขอบอก ก


อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาเข้านอนแล้วจร้า สนุกสุขใจสำหรับทริปนี้ เพื่อนเปรี้ยวก็พูดเหมือนกันว่าเราชอบทริปนี้มาก ต้องขอบคุณพี่นกและพี่วิรัตน์มากๆ เลยคะ


1 comment:

  1. เยี่ยมเลย ถูกใจอย่างแรงเลยครับเปรี้ยว ชอบมากครับกับบรรยากาศเดินทางเที่ยวแบบนี้

    ReplyDelete