Showing posts with label Stupa. Show all posts
Showing posts with label Stupa. Show all posts

ชมพระอาทิตย์ที่ทุ่งเจดีย์ : Old Bagan, Myanmar.

เริ่มต้นกับพระอาทิตย์ตกที่พุกาม เปรี้ยวเที่ยวรอบพุกามด้วยรถม้าคะ ทั้งวันจ่าย 10000 k ( 300 บาท ) เป็นราคาที่ถูกใจมากๆ เริ่มตั้ง 8.30 น. จนกระทั่งพระอาทิตย์ตก เปรี้ยวอยากลองถ่ายภาพดู ( มูสและซานดร้าก็มาด้วย ) เปรี้ยวเริ่มมารอพระอาทิตย์ตก ประมาณ 5 โมงเย็น คอยเวลาไปเรื่อยๆ บรรยากาศดี ลมเย็น เจดีย์เป็นพันๆ องค์อยู่รอบตัว ตามประวัติบอกไว้ว่า ราวศตวรรษที่ 13 บริเวณนี้มีเจดีย์ประมาณ 4446 องค์ แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ 2217 องค์ เปรี้ยวนั่งรอจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าก็กลับที่พัก








ส่วนทริปที่ 2 เปรี้ยวตื่นตี 4 คะออกจากที่พัก ตี 4.30 น.เปรี้ยวเช่ารถจักรยานจากที่พัก 1000 k ( 30 บ. ) ตอนแรกก็กังวลว่าจะอันตรายรึเปล่า? แต่งานนี้มีมูสและซานดร้ารวมทริปเหมือนเคย เราและคุณเลียวนาสเป็นผู้ตาม ให้มูสและซานดร้านำทาง ปั่นรถจักรยานท่ามกลางความมืด แต่ปรากฎว่าชาวบ้านเค้าตื่นกันบ้างแล้วคะ และมีบางคนเค้าก็เดินกันเป็นกลุ่มๆ เพื่อไปทำนา จากที่พักจนถึงเจดีย์ที่เราจะปีนขึ้นไปดูแสงแรกของพระอาทิตย์ ก็ไกลประมาณ 4 กม. แต่ครั้งนี้เปรี้ยวไม่ลืมไฟฉายคะ เตรียมมาอย่างดี พอมาถึงก็ปีนขึ้นไป ได้ยินเสียงคนคุยกันเป็นภาษาไทย โอ.. แม่เจ้ามาก่อนเปรี้ยวอีก หลังจากที่เราทักทายคุยเรื่องการเดินทางกับพี่ๆ คนไทยกลุ่มนั้นเล้ว ก็ได้เวลาถ่ายภาพ





เปรี้ยวรออยู่ จนสว่างก็ร่ำลา พี่ๆ คนไทยกลุ่มนั้นกลับที่พัก เพื่อทานอาหารเช้า ทริปนี้เปรี้ยวชอบมาก เพราะตั้งใจไว้ตั้งแต่กรุงเทพฯ แล้วว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกและพระอาทิตย์ออกที่พุกามให้ได้ และเราก็ได้ทำอย่างที่ตั้งใจก็สบาย สำหรับทริปนี้ที่เปรี้ยวเอามาฝาก หวังว่าคงจะชอบกันนะคะ

เที่ยวชมวัดมหาธาตุ, พระนครศรีอยุธยา : Wat Mahathat, Ayutthaya.

วัดมหาธาตุตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดราชบูรณะมานัก เดินได้สบายๆ วัดมหาธาตุแห่งนี้ เป็นวัดเก่าแก่ และมีประวัติที่ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก ว่าสร้างขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 14 ความสำคัญของวัดมหาธาตุแห่งนี้คือ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุ และ เป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราช คะ






เล่ากันว่าในสมัยของพระเจ้าทรงธรรม พระปรางค์เคยพังลงมา ต่อมาในสมัยของพระเจ้าปราสาททองก็ทรงโปรดให้บูรณะพระปรางค์ขึ้นมาใหม่ จนกระทั่งในรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 5 พระปราค์ก็พังทลายลงมาอีกครั้ง




เศียรพระพุทธรูปที่ใครได้มาที่วัดแห่งนี้ต้องมาถ่ายรูป เศียรพระพุทธรูปตั้งอยู่เป็นส่วนหนึ่งของต้นโพธิ์ไปแล้ว สวยมากๆ คะ เมื่อก่อนเคยเห็นแต่ภาพที่ลงในหนังสือและนิตรสาร มีทั้งที่เป็นของไทยและของต่างประเทศคะ เรียกว่ามุมนี้ของวัดมีชื่อเสียงมากๆ คะ น่าภูมิใจจัง ตอนที่เปรี้ยวมายังต้องยืนรอตั้งนาน กว่าที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจะถ่ายรูปครบหมดทุกคน รออยู่เกือบ 20 นาที

อีกมุมหนึ่งของวัดมหาธาตุ ที่อยุธยามีวัดสำคัญๆ หลายแห่ง สงสัยจะเที่ยวไม่ครบ เปรี้ยวมาอยุธยาทั้งหมด 2 ครั้งแล้ว ก็ไม่รู้เที่ยววัดได้ทั้งหมดกี่วัด ^_^ หุหุ สำหรับวัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุก็ตั้งอยู่กลางเมืองอยุธยาเลยคะ การที่จะมาเยี่ยมชมก็สะดวก สามารถหาข้อมูลการเดินทางได้จากข้อมูลการเที่ยวชมวัดราชบูรณะที่เปรี้ยวโพสต์ไปแล้วคะ สำหรับวันนี้ บ๊าย บายคะ

เที่ยววัดราชบูรณะ พระนครศรีอยุธยา : Wat Ratchaburana, Ayutthaya Thailand.

วัดราชบูรณะเป็นสถานที่แรกในอยุธยาที่เปรี้ยวจะนำมาฝากคะ เป็นวัดที่สร้างขึ้นในรัชสมัยของ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 หรือ เจ้าสามพระยา พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 7 แห่งกรุงศรีอยุธยา และเป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 4 จากราชวงศ์สุพรรณภูมิ
ซึ่งในบริเวณนี้ที่สร้างวัดนี้ เป็นบริเวณที่พระองค์ทรงถวายพระเพลิงศพให้กับ เจ้าอ้ายพระยา และ เจ้ายี่พระยา พระเชษฐาทั้ง 2 พระองค์ที่สิ้นพระชนม์ภายหลังจากการทำยุทธหัตถี เพื่อแย่งชิงพระราชสมบัติของพระราชบิดา คือ สมเด็จพระอินทราชา ซึ่งเสด็จสวรรคตลงในปี พ.ศ. 1967
สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่วิกิพีเดีย




และเหตุที่ทำให้วัดราชบูรณะเป็นที่รู้จักมากขึ้น คือ เรื่องกรุแตก คะ เหตุเกิดมาจากกลุ่มคนร้ายเข้ามาขุดกรุภายในพระปรางค์ และได้ขนสมบัติมากมายหลบหนี แม้ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถตามคนร้ายและทรัพย์สมบัติกลับมาได้เป็นบางส่วนก็ตาม ซึ่งภายหลังกรมศิลปากรได้ขุดกรุวัดราชบูรณะ และพบสมบัติล้ำค่าหลายชิ้น รวมเป็นทองคำกว่า 100 กก.

ซึ่งปัจจุบันได้เก็บรักษาสมบัติล้ำค่าเหล่านี้ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเนิ่นานหลายปี แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจอย่างมาก ที่คนเรามุ่งเห็นแต่ข้าวของเงินทอง จนไม่สนใจว่าเงินทองที่ตนหามานั้นจะมาจากการลักขโมย ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายเป็นอย่างมาก
วัดราชบูรณะในปัจจุบัน ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีในฐานะโบราณสถานอันทรงคุณค่า
ส่วนด้านในพระปรางค์นั้น ก็เปิดให้เข้าชมคะ โดยจะมีบันไดทางเดินเชื่อมแต่ละชั้น รวมทั้งหมด 3 ชั้นคะ




การท่องเที่ยวในอยุธยา คุณสามารถเช่าจักรยาน คันละ 100 บ.หรือ มอเตอร์ไซด์ คันละ 200 บ. คะ ก็เลือกได้เลยตามแต่ชอบ และก็ยังมีรถตุ๊กแบบเหมา ราคา 400-600 บ. ขึ้นอยู่กับความใกล้-ไกลของวัด เฉลี่ยก็เที่ยวได้ 4-5 วัดคะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูลจากหนังสือ AYUTTHAYA : Guide to art & architecture

แบกเป้เที่ยวบุโรพุทโธ : Borobudur

การเดินทางมาเที่ยวบุโรพุทโธเปรี้ยวเลือกซื้อทัวร์ 1 วัน ออกเดินทางเวลาตี 5 จากยอกยากาตาร์( Yogyakata ) บุโรพุทโธก็อยู่ห่างจากยอกยากาตาร์ ประมาณ 40 กม.มีไกด์นำเที่ยวในทริป ชื่อ Mr.Ugly พี่เค้าเล่นมุขแน่ๆ เราว่า อิอิ บุโรพุทโธ ( Borobudur ) สร้างขึ้นโดยกษัตริย์แห่งราชวงศ์ไศเลนทร ราวปี 1293-1393 คาดว่าสร้างขึ้นก่อน นครวัดประมาณ 300 ปี

บุโรพุทโธเป็นศาสนาสถานของศาสนาพุทธนิกายมหายาน ถ้าไม่นับนครวัด บุโรพุทโธก็ถือว่าเป็นศาสนสถานของศาสนาพุทธที่ใหญ่ที่สุดในโลก บุโรพุทโธในภาษาอินโดนีเซีย เรียกว่า Chandi Borobudur และสร้างจากหินภูเขาไฟ คะ

บุโรพุทโธมีทั้งหมด 8 ชั้น แต่ 3 ชั้นบนเป็นลานวงกลม มีพระสถูปตั้งเรียงซ้อนกันตามชั้น สถูปที่เรียงอยู่ชั้บบนก็มีประมาณ 72 องค์ บุโรพุทโธถูกค้นพบโดย นายโธมัส สแตมฟรอด์ เป็นชาวอังกฤษ ราวปี 1814 เพราะนายโธมัสคนนี้ เค้าสนใจมากทางด้านประวัติศาสตร์ของชวา ( History of Java ) เค้าเก็บสะสมงานศิลปะและของเก่าๆ แบบชวาไว้เยอะมาก










รูปแกะสลักหินสวยมากจะพบในชั้น 5 ชั้นแรก และภาพแกะสลักที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ มีอยู่ประมาณ 2672 ภาพ ดูข้อมูลมาจากหนังสือและวิกิพีเดียคะ ส่วนการบูรณะบุโรพุทโธก็ทำกันเรื่อยมา เพราะได้รับความเสียหายหลายต่อหลายครั้งด้วยความเก่าแก่ และสงครามที่เกิดขึ้นบนเกาะชวา จนกระทั่งปี 1982 ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกคะ แต่ละชั้นก็มีสวยงามมากๆ ไม่ผิดหวังกับการเดินทาง ที่มุ่งหวังมากๆว่าจะได้มาโอกาสมาดูบุโรพุทโธด้วยตาของตนเอง












^_^ Borobudur, Java, Indonesia ^_^