Showing posts with label Tomb. Show all posts
Showing posts with label Tomb. Show all posts

ทานา โทราจา : Tana Toraja Day 2

เรานัดกับนิกโค เวลา 9.00 น. เริ่มต้นการเดินทางด้วยรถยนต์เราแวะตามหมู่บ้านเล็ก เพื่อชมวิว รอบ โทราจา จนกระทั่งเรามาแวะที่บ้านเพื่อนของนิกโค ซึ่งกำลังเตรียมงานศพ สำหรับ พ่อ และ ลูกชาย ซึ่งเสียชีวิตในเวลาไล่เลี่ยกัน



เจ้าของบ้านต้อนรับเราด้วยกาแฟโทราจา รสชาติดีมาก พวกเราแวะที่นี่นานพอสมควรก็เดินทางต่อ งานศพของคนโทราจาถือว่าเป็นงานสำคัญ ดังนั้นต้องเตรียมงานให้ดี และเป็นช่วงเวลาที่ดีมากที่ญาติๆ จะต้องมาร่วมแสดงความเสียใจให้กับครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป




เราเดินทางมายังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นหมู่บ้านทอผ้า ที่นี่เราได้พบกับผ้าหลายๆ แบบ ปกติเราชอบผ้าอยู่แล้ว ก็อดใจไม่ไหวที่จะซื้อกับมาด้วย ผ้าทอมือสวยมากทีเดียว ผ้าทอพื้นเมืองที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ ราคาค่อนข้างแพง เรียกกันโดยทั่วไปว่า ikat แต่ราคาก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ทอ ความยากของลายผ้า ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3000 บาทขึ้นไปคะ แพงจัง





อาหารเที่ยงของเรา คือ Pisang Goreng หรือ กล้วยทอด หาทานง่ายๆ และอร่อย



ตอนบ่ายฝนเริ่มตกโปรยๆ เราเดินทางมาที่สุสาน เพื่อมาดูธรรมเนียมการแขวนโลง ซึ่งที่นี่จะเป็นถ้ำ แต่เราไม่ได้เข้าไปนะคะ ดูแต่ข้างนอก แบบว่า กล้าๆ กลัวๆ อ่ะ มองจากข้างนอกก็จะเห็น เตา เตา (Tao Tao)  ซึ่งถ้ามองจากไกลๆ จะคล้ายๆ กับ คนนั่งอยู่ ซึ่งเตา เตา ก็คือ หุ่นของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว แกะสลักด้วยมือ และเราก็ทราบมาอีกว่า คนที่ทำเตา เตา ก็เหลือน้อยเหมือนกัน ราคาเตา เตา ตัวๆ นึงราคาก็ค่อนข้างแพง และจะต้องทำพิธีฆ่าควายในงานศพ มากถึง 8 ตัว แต่ในจำนวนนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นจำนวนที่แน่นอน เพราะจะต้องขึ้นอยู่กับวรรณะของผู้ที่เสียชีวิตอีกด้วย





จากที่นี่เราเดินทางกลับที่พัก เพราะฝนตกหนักมากขึ้น มาที่โทราจาอากาศจะดีมากในตอนเช้า ตอนบ่ายทีไร ฝนตกทุกที




เจอกันใหม่ ตอนหน้าคะ

เที่ยวสุสานจักรพรรดิ์ Minh Mang (2) : Tomb of Minh Mang, Hue_Vietnam.










จากสุสานจักรพรรดิ์ Tu Duc เราเดินทางต่อมาที่สุสานจักรพรรดิ์ Minh Mang พระองค์ทรงครองราชย์ตั้งแต่ ปี 1820-1840 และสุสานแห่งนี้สร้างขึ้นก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์เพียง 1 ปี สร้างราวปี 1841-1843




สุสานจะมีประตูที่มีลักษณะคล้ายหอคอย หรือ ป้อมผ่านเข้าไปในแต่ละส่วนของสุสานจะมีทั้งหมด 3 ประตู ซึ่งทั้ง 3 ประตูนี่มีความหมาย หมายถึง สวรรค์ โลก และ น้ำ



ส่วนที่ 2 คะ เร่งฝีเท้าขึ้น เพราะเฆมฝนมาแล้วคะ แต่แดดร้อน..แปลก ที่สุสานแห่งนี้จะร่มรื่นมาก มีต้นไม้ปลูกเต็มพื้นที่ และบึงบัวคะ สวยดี



และในส่วนที่ฝังพระศพของพระองค์นั้นอยู่ด้านในสุดคะ แต่มีการสันนิษฐานว่าอาจเป็นเพียงการทำขึ้นเท่านั้นคะ ซึ่งสถานที่จริงๆ ก็ยังเป็นความลับอยู่ ไกด์บอกว่าเรื่องราวก็คล้ายกับที่แรก คือ ทุกคนที่ร่วมในฝังพระศพของจักรพรรดิ์ก็จะถูกสังหารทั้งหมดคะ






ของที่ระลึกที่ขึ้นชื่อของสุสานแห่งนี้คือ Minh Mang Wine โดยมีเรื่องเล่าว่าพระองค์ทรงเสวยไวน์นี้เป็นประจำทุกวัน ทำให้พระองค์ทรงดูหนุ่มและสุขภาพร่างกายแข็งแรง และยังเล่าอีกว่า พระองค์ทรงหลับนอนกับนางสนมได้ถึง 13 คนใน 1 คืน ( หุหุ )

เที่ยวสุสานจักรพรรดิ์ Tu Duc : Tomb of Tu Duc, Hue - Vietnam.








วันที่ 3 ของการเดินทาง เปรี้ยวซื้อทัวร์ 1 วัน เที่ยวชมสุสานจักรพรรดิ์ ค่าทัวร์ถูกมากๆ ราคา 3 ดอลล่าร์เที่ยว 3 สุสาน เดินทางด้วยเรือคะ ล่องเรือตามแม่น้ำน้ำหอม หรือ Perfume River เริ่มเดินทาง 8 โมงเช้า

สุสานแห่งแรกคือ สุสานจักรพรรดิ์ Tu Duc สุสานของพระองค์สร้างขึ้นราวปี ค.ศ 1864-1867 โดยมีการวางแผนสร้างขึ้นก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ ใช้ผู้คนเป็นจำนวนมากในการสร้างสุสาน และจักรพรรดิ์ Tu Duc ทรงเป็นจักรพรรดิ์ที่ครองราชย์ได้ยาวนานที่สุดของราชวงศ์ Nguyen (ครองราชย์ตั้งแต่ปี 1848-1883 )



โต๊ะหินและแผ่นจารึกซึ่งมีน้ำหนักถึง 20 ตัน ใช้เวลาในการขนย้ายมายังสุสานแห่งนี้ ใช้เวลาในการเดินทาง 4 ปีระยะทางประมาณ 500 กม.จากเมืองทางตอนเหนือของเวียดนาม และพระองค์ทรงร่างข้อความบนแผ่นจารึกด้วยพระองค์เองค่ะ


ถ้าจะกล่าวถึง จักรพรรดิ์ Tu Duc นั้นตามหลักฐานกล่าวว่าพระองค์มีพระสนมเอก ประมาณ 104 คน ส่วนนางสนมนั้นมีเป็นจำนวนเท่าไรไม่สามารถนับได้ โอแม่เจ้า... แต่พระองค์ไม่มีผู้สืบสกุลเลย เพราะว่าพระองค์เป็นหมันหลังจากที่ทรงพระประชวรเป็นไข้ทรพิษ




สุสานแห่งนี้เนื้อที่กว้างมีสระน้ำ มีวัด Hoa Khiem ซึ่งพระองค์และพระมเหสี Hoang Le Thien Anh ทรงเสื่อมใสศรัทธาตั้งอยู่ที่นี้ด้วย และยังมีบังลังก์สำหรับพระองค์และพระมเหสี มีพระราชวังซึ่งเป็นที่ประทับของพระองค์ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ด้วยค่ะ





โดยสุสานของพระองค์จะตั้งอยู่ส่วนในสุด ซึ่งมันก็เป็นเพียงการสันนิษฐานเท่านั้น เพราะที่ๆฝังพระวรกายจริงๆ นั้นก็ยังเป็นความลับอยู่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ เพราะในบันทึกได้กล่าวไว้ว่าผู้ที่ทำการฝังพระวรกายของพระองค์นั้นมีประมาณ 200 คน แต่ทั้งหมดได้ถูกตัดศีรษะ หุหุ..Photobucket





สุสานแห่งนี้ก็มีสภาพสมบูรณ์มาก ถึงจะเก่าไปตามกาลเวลา แต่ก็ถือว่ารักษาไว้ได้ดีคะ ต้นไม้ร่มรื่นมาก นอกจากนั้นในบริเวณสุสานแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่ฝังพระศพของจักรพรรดิ์ Tu Duc เท่านั้น ยังมีพระโอรสที่พระองค์อุปการะเป็นบุตรบุญธรรม ชื่อ จักรพรรดิ์ Kien Phuc ครองราชย์ 1 ปีเท่านั้น ( ค.ศ. 1883-84 ) และพระมเหสีของพระองค์ด้วยคะ การเดินทางมาที่นี่ นอกจากเรือแล้ว เราต้องต่อมอเตอร์ไซด์จากท่าเรือ เดินทางประมาณ 5-10 นาทีก็ถึงคะ




การเข้าชมก็เสียค่าเข้าชมก็ 55,000 ดอง สำหรับทัวร์ก็สามารถติดต่อได้ที่เกสต์เฮ้าส์เลยนะคะ เพราะแอบถามมา 2-3 ที่มีเหมือนกันเลย ส่วนเรือสวยๆ ข้างบนนั้น ก็คือ เรือที่เดินทางมาชมสุสานคะ ทริปนี้เปรี้ยวเที่ยวกับนักท่องเที่ยวจากหลายประเทศ ประมาณ 30 คนน่าจะได้ ก็ประหยัดไปอีก อิอิ

แบกเป้เที่ยวสุมาตรา ตอนที่ 9 สุสานบาตัก : Samosir Island, Indonesia

ชาวบาตัก มีชื่อเสียงมากเรื่องการแกะสลักไม้และหิน เพื่อทำหลุมฝังศพอย่างที่บอก ถึงแม้ว่า ทุกวันนี้ถึงแม้ว่าชาวบาตักจะนับถือศาสนาคริสตร์ แต่ก็ยังมีความเชื่อเรื่องภูตผี เวทย์มนต์ หลุมฝังศพแสดงความหมายถึงฐานะทางครอบครัวได้ด้วย เพราะคนที่มีฐานะดี ก็สามารถสร้างได้ใหญ่สมฐานะ เปรี้ยวเดินทางมาที่นี่ก็รู้สึกแปลกใจมากๆ ว่าทำไม มันมีเยอะ จังแต่จริงๆ บางสุสาน เค้าก็ยังไม่ได้ใช้ เช่น ปู่ย่าเสียชีวิตลง ก็ทำเลยทีเดียว อันใหญ่ๆ แบ่งเป็นช่องๆ ตามสมาชิกในครอบครัวเป็นต้น เปรี้ยวเลยลอง เอามาให้ดูว่า เป็นการก่อสร้างที่แปลกตามากๆ คะ ดูแล้วอย่าพึ่งปลงนะคะ ก็คิดว่าเป็นของแปลกตา







แบบคอนโด




แบบ วิวสวย ตั้งอยู่ริมทะเลสาป












โพสต์สุดท้ายของสุมาตราแล้ว เปรี้ยวเดินทาง ครั้งนั้นประมาณ 1 เดือนอาศัยอยู่กับพี่น้องชาวบาตักอย่างสนุกสนาน จากนั้นก็เดินทางกลับเมืองไทย การเดินทางกลับก็คือ เดินทางกลับไปเมืองเมดาน นั่งเครื่องกลับ ปีนัง ประเทสมาเลเซีย จากนั้นต่อ รถมินิบัส เดินทางกลับกรุงเทพ เป็นการเดินทางที่เปรี้ยวชอบมาก แถมค่าใช้จ่าย ตลอดทั้งทริป ก็ไม่แพง สรุป คือ สนุก สบาย ได้เห็นและเจอ เพื่อนกลุ่มใหม่ แต่อินโดนีเซีย เปรี้ยวชอบมาก ตั้งใจจะไปให้ได้ทุกปี







แบกเป้เที่ยวสุมาตรา ตอนที่ 7 สุสานราชาบาตัก : Tomb of King Sidabutar, Sumatra.

จากที่เดินเที่ยวตลาดTomok เราก็เดินมาเที่ยวต่อที่สุสาน King Sidabutar ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Tomok และเป็นราชาของชาวบาตักและเป็นราชาที่ยอมให้ศาสนาคริสตร์เข้ามาเผยแพร่ในอาณาเขตที่ท่านปกครองอยู่ โดยร่างของท่านได้เก็บรักษาไว้ในโลงหิน ซึ่งเป็นอันที่มีการแกะสลักรูปพระพักตร์ของพระองค์ ส่วนโลงหินที่เรียงรายข้างๆ นั้น ก็ล้วนแต่เป็นผู้รับใช้ , บอดี้การ์ด, และผู้หญิงที่ท่านรัก ตามหลักฐานมีการศึกษาว่าชาวบาตักนั้นมาจากที่ไหนมีการศึกษาโดย Mr. Achim Sibeth ซึ่งเขียนไว้ในหนังสือ Batak Sculpture ว่า สันนิษฐานว่าชาวบาตักมีสืบเชื้อสายมาจากคน Austronesians และหรือที่รู้จักว่ากลุ่มชาว Proto-Malay ( the first Malays ) หรือที่เรียกว่าคน Mongoloid ซึ่งอพยพย้ายถิ่นเข้ามาอาศัยในพื้นที่เมื่อประมาณ 6000 ปีที่แล้ว พื้นที่ ที่ปัจจุบันก็คือ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นเอง โดยอพยพย้ายถิ่นมาจากทางตอนใต้ของประเทศจีนในปัจจุบัน อ้าวแบบนี้ก็อาจจะมีคนบาตักในแผ่นดินไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นคนไทย ถ้าเป็นอย่างนี้ความเป็นไปได้ก็สูงใช่มั้ยคะ





รูปแกะสลักผู้หญิงคนนี้คือ Anteng Melila Senega ซึ่งเป็นผู้หญิงที่ราชาบอกว่ารักมาก แต่ไม่เคยสมหวัง











รูปแกะสลักไม้และหินของชาวบาตัก ขึ้นชื่อมากคะ ส่วนใหญ่ก็จะแกะสลักเป็นรูปคน หรือรูปหน้าของเทพเจ้า เปรี้ยวซื้อไปเก็บที่บ้านแม่หลายตัว แม่กลัวจนต้องบอกว่าให้ย้ายเอาไปเก็บที่บ้านตัวเอง 555 มันเป็นอะไรที่แปลกดี เปรี้ยวชอบมากๆ