เช้าวันรุ่งขึ้นเปรี้ยวเดินมาที่ท่าเรือ เพื่อไปที่มิงกุน ( Mingun ) ค่าเรือ 5000 k เป็นราคาไป-กลับ โดยออกเดินทางเวลา 9.00 น.และกลับ 13.00 น.คะ มิงกุนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ตอนเหนือของเมืองมัณฑะเลย์ ห่างกันโดยประมาณ 11 กม. สามารถเดินทางด้วยเรือโดยล่องขึ้นไปตามแม่น้ำอิระวดี
พอเรามาถึง ก็สามารถมองเห็นเจดีย์องค์แรก คือ Settawya Paya ภายในวิหารมีรอยพระพุทธบาท สันนิษฐานว่าวิหารสร้างขึ้น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1811 คะ
เดินตามทางเดินมาเรื่อยๆ ก็จะเห็นเจดีย์มิงกุน ( Mingun Paya ) สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าโบดอพญา ( King Bodawpaya ) หรือ พระเจ้าปดุง ที่คนไทยรู้จัก ซึ่งหากว่าสร้างเสร็จก็จะถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างด้วยอิฐที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลย พระเจ้าโบดอพญารับสั่งให้สร้างเจดีย์มิงกุน ขึ้นราวปี ค.ศ. 1790 โดยใช้แรงงานทาสและนักโทษหลายพันคน แต่การก่อสร้างได้หยุดลงราวปีค.ศ. 1819 เหตุเพราะพระเจ้าโบดอพญาเสด็จสวรรคต เจดีย์มีขนาดใหญ่มากๆ เฉพาะฐานแต่ละด้าน ก็มีความยาวหลายร้อยเมตร ส่วนรอยแยกที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1838 คะ

การจะขึ้นไปบนเจดีย์ ต้องเสียค่าธรรมเนียม 3000 k เปรี้ยวก็คิดแล้วคิดอีก จะขึ้นไม่ขึ้นดี สุดท้ายเราก็ยอมเสียเงินขึ้นไปจนได้ ทั้งปีน ทั้งป่าย จนกว่าจะขึ้นถึงข้างบนเพื่อถ่ายรูป เปรี้ยวได้ไกด์นำทางเป็นหนุ่มพม่าเกิดและโตที่มิงกุนเลย เวลาว่างก็จะหาค่าเล่าเรียนโดยการเป็นไกด์ ปีหน้าก็จะเรียนจบแล้ว โดยเค้าจะกลับมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน เงินเดือนที่จะได้รับประมาณ 30 $ หรือ พันกว่าบาท โอแม่เจ้า ไม่อยากจะเชื่อ

จากเจดีย์มิงกุน เราเดินต่อมาดูระฆังมิงกุน ( Mingun Bell ) ซึ่งมีน้ำหนักถึง 90 ตัน ไกด์หนุ่มบอกว่าเข้าไปถ่ายรูปข้างในระฆังได้ แต่เปรี้ยวไม่เข้าไป กลัวมันหล่นลงมา ( คิดได้ไง )
มิงกุนทัชมาฮาส สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าบาจีดอ ( King Bagyidaw ) ราวปีค.ศ. 1816 สร้าง 3 ปี ก่อนที่พระองค์จะสืบราชสมบัติต่อจากพระเจ้าโบดอพญา ซึ่งพระองค์ทรงรับสั่งให้สร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อถวายแด่พระมเหสี Hsinbyume Princess และก็อีกเช่นกัน ในค.ศ. 1838 เกิดแผ่นดินไหว เจดีย์ได้รับความเสียหาย จนกระทั่งในสมัยพระเจ้ามินดอ ( King Mindon )ได้รับสั่งให้ซ่อมแซมในปี ค.ศ. 1874
No comments:
Post a Comment